วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

นางสิกขี (เปลือย) หลังยันต์ นะ

 

                   นางสิกขี (เปลือย) หลังยันต์ " นะ " ขึ้นยอด เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 คลุกรัก และ ลงรักปิดทอง สวยงามมาก ฝีมือการออกแบบและปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ด้านหน้าบริเวณท้อง ปรากฎยันต์ อุณาโลม  มีหางลากยาวขึ้นไปด้านบน ผ่านบริเวณร่องอก จนเกือบถึงคาง ส่วนบริเวณข้างหูทั้งสองข้าง ทั้งช้ายขวา ปรากฎยันต์ อุณาโลม อยู่ข้างละตัว


                       ด้านหลัง ปรากฎยันต์ นะ ขึ้นยอด 9 ชั้น ลากยาวตั้งแต่ก้น ยาวเลื้อยขึ้นไปถึงด้านหลังศรีษะ เขย่าดู หลวงพ่อฝังกริ่ง เสียงเพราะมาก ส่วนพุทธคุณนั้น เน้นทางด้าน เมตตา มหานิยม เป็นหลักครับ

                      ขอขอบคุณ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ได้มอบภาพถ่ายให้เผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ

 
                   เดือนนี้ "ศิษย์สุริโย" ได้เปลี่ยนรูปประจำตัว จากรูป "พระโคโพธิสัตว์ พิมพ์ใหญ่ เขาโค้ง" เป็น "พระพิฆเนศ "  แล้วนะครับ ซึ่งพระพิฆเนศองค์นี้ มี 4 กร ถือถุงเงิน 1 ถุง หลวงพ่อสังข์ สร้างจาก หนังหน้าผากควายเผือก ฟ้าผ่าตาย โดยไม่มีบล็อค แต่ใช้วิธีปั้นมือ เสร็จแล้วทารักแดง และ พันกรหนึ่งข้าง ด้วยด้ายสายสิญจน์เสก องค์นี้เรียกว่า "พระพิฆเนศ"นะครับ เพราะว่าหัวและลำตัวเป็น ช้าง มิใช่ "สีโห" ซึ่งเป็นสัตว์ในวรรณคดีของ สปป.ลาว เรื่อง สังข์ศิลป์ชัย นะครับเพราะนั่น เขาหัวเป็นช้าง แต่ลำตัวเป็น ราชสีห์ ครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตะกรุดโทน ( สิงห์ดำ ) ห่วงคู่


                 ตะกรุดโทน( สิงห์ดำ ) หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขนาดความยาวประมาณ 3 นิ้วครึ่ง หนาเกือบ 1 นิ้ว



                            ถักเชือกหุ้มหัวท้าย ใส่ห่วงคู่ 2 ห่วง หมุนเกลียว 2 รอบ ( แต่บางดอก บางรุ่น หมุนเกลียวหนึ่งรอบ ก็มี )  ลงรักดำ และจุ่มรักอย่างหนา อีกครั้ง แต่ไม่ปิดทองและไม่ฝังกริ่ง



                 ดูลักษณะของห่วงจะต้องเป็นเอกลักษณ์ คือห่วงทองแดงใหญ่แบบนี้ครับ สายตรงทุกคนทราบดี


                 ตะกรุดหลวงพ่อสังข์ ของแท้ หายากมากครับ ที่มาจะต้องดี และราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นที่ปรารถนาของศิษย์สายตรงหลวงพ่อสังข์ ทุกคน ที่อยากจะมีไว้ครอบครอง เนื่องจาก ตะกรุดเป็นเครื่องราง ที่ทำยาก กล่าวคือ หลวงพ่อจะต้องหาแผ่นทองแดง แผ่นเงิน แผ่นตะกั่ว และอื่น ๆ เช่น ฝาบาตร ลงเหล็กจาร ม้วนให้กลมเป็นหลอดตะกรุด ถักเชือกหุ้ม ใส่ห่วง จุ่มรักทีละดอก ด้วยมือของหลวงพ่อเอง ขณะทำต้องปลุกเสกพร้อมไปด้วยทุกขั้นตอน พุทธคุณจึงครอบจักรวาล แม้แต่ อาจารย์ นิพัทธ์  จิตรประสงค์ นักสะสมเครื่องรางระดับแนวหน้าของประเทศไทย ยังแนะนำถึงเครื่องรางที่ทุกคนควรจะหามาใช้บูชาติดตัว โดยกล่าวว่า   " ผมอยากจะบอกว่า ตะกรุดเป็นสุดยอดเครื่องรางที่เล่นยาก หากเราไม่รู้ ที่มา ที่ไป ไม่มีคำบอกเล่าที่น่าเชื่อถือ ไม่มีอักขระเลขยันต์ให้ดู ก็ยากที่จะบอกสำนัก การถักเชือกก็พอดูได้ ตะกรุดดูง่ายมีเหมือนกัน อย่างหลวงพ่อพิธ วัดฆะฆัง พิจิตร และหลวงพ่อเตียง เพราะมีอั่วให้ดู อย่างไรก็ตาม ผมขอเรียนว่า หากคนที่ศึกษาเครื่องราง ชอบเครื่องรางควรหาตะกรุดสักหนึ่งดอกที่เชื่อถือได้ติดตัวไว้ แม้ไม่ทราบสำนัก แต่ถ้ามั่นใจว่าของแท้ก็จงใช้เถิด เวลาอาราธนา ก็อาราธนาพระรัตนตรัย เพราะตะกรุดครูบาอาจารย์ ลงหัวใจพุทธคุณไว้ทุกดอก ตะกรุดนี่แหละสุดยอดแล้ว และความจริงสร้างยากด้วย นี่ผมแนะนำนะ " (คำให้สัมภาษณ์ในหนังสือ The Art of Siam ฉบับที่ 20 ปี 2011 )

           ดังนั้น ใครยังไม่มี ตะกรุดหลวงพ่อสังข์ แท้ ๆ รีบหาไว้ซะ ปัจจุบัน ยังพอจะพบเจอ แต่ต้องสู้ราคาสักหน่อย ก่อนที่จะหาไม่ได้และกลายเป็นตำนาน

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

คดเขาควายธาตุกายสิทธิ์


              คดเขาควายเป็นวัตถุธาตุกายสิทธิ์ เป็นของทนสิทธิ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีอาถรรพ์อยู่ในตัวเองโดยไม่ต้องมีการปลุกเสกใด ๆ คดเขาควายจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับควายตัวนั้น โดยจะงอกออกมาจากข้างในเขาควายอีกทีตามภาพ

                   ภาพที่ 1 เขาควายปกติ ถ้าผ่าครึ่งซีกออกมาจะเห็นด้านในเขากลวงและแหลมขึ้นไปตามแนวปลายเขาตามภาพ

                   ภาพที่ 2 เขาควายที่เป็นคด จะมีส่วนที่เป็นคดลักษณะตันงอกออกมาจากปลายเขาด้านในตามรอยทึบสีดำโค้งงอเข้ามาที่โคนเขาทั้งสองข้าง ซึ่งได้ระบายสีดำไว้นั่นแหละครับ

              มีควายจำนวนน้อยมากที่จะมีเขาที่เป็นคด อาจจะมีจำนวน 1 ใน 10,000 หรือ 1 ใน 100,000 ตัว จึงจะมีเขาที่เป็นคด โดยเฉพาะ ถ้าควายตัวนั้นเป็นควายเผือกและมีเขาที่เป็นคดด้วยแล้ว ถือว่าสุดยอด 

              เชื่อกันว่า กายสิทธิ์ประเภท คด ที่เกิดในสัตว์ เป็นการจุติลงมาเกิดของเหล่าเทพเทวดาหรือนางฟ้าที่ได้กระทำผิดกฎสวรรค์บางประการแล้วถูกลงทัณฑ์ให้ลงมาเกิดเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ เพื่อชดใช้กรรม ตามแต่ผลกรรมของตน เช่น เกิดเป็น วัว ควาย เป็นต้น สัตว์พวกนี้จึงมีอาถรรพ์อยู่ในตัว เนื่องจากมีเทพเทวารักษาและได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับชีวิตของสัตว์เหล่านั้น เพื่อจะได้ทำการปกป้องคุ้มครองชีวิตและร่างกายของสัตว์นั้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย จึงไม่มีใครสามารถทำอันตรายได้ และจะมีชีวิตอยู่จนกว่าจะหมดกรรมลงเมื่อสิ้นอายุขัยหรือถูกสั่งให้ฟ้าผ่าตาย เมื่อชดใช้กรรมหมดแล้ว เพื่อจะได้กลับไปเกิดใหม่บนสวรรค์ ก็จะอธิษฐานอุทิศร่างและอวัยวะของตนให้เป็นของอาถรรพ์ เป็นกายสิทธิ์ ทิ้งไว้เป็นทานบารมีให้แก่มนุษย์โลกที่มีบุญบารมีคู่ควรกับของสิ่งนั้น



               นี่แหละครับปลัดที่แกะจากเขาควายที่เป็นคด ฝีมือการแกะและปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ลักษณะของลำตัวปลัดจะไม่ตรง แต่จะโค้งงอตามลักษณะของเขาควายที่เป็นคดตามภาพที่ 2



             จะทราบได้อย่างไร ว่าควายตัวไหน มีเขาที่เป็นคด เพราะว่าคดเขาควายจะซ่อนอยู่ภายในเขา เท่าที่ศึกษามาและจากการสอบถามผู้รู้เห็นว่ามีอยู่ 3 วิธีครับ

                   วิธีที่ 1 ขณะที่ควายยังมีชีวิต ใช้วิธีการสังเกตุครับ ถ้าควายตัวไหนมีลักษณะเด่น สง่างาม ท่าทางองอาจ แลดูน่าเกรงขาม กล้าหาญไม่กลัวใคร และไม่มีควายตัวไหนกล้ามาต่อกรด้วย อีกทั้งมีลักษณะรูปทรงของเขาทั้งสองข้างโค้งงอสวยงามได้รูป ควายตัวนั้นอาจจะมีเขาที่เป็นคด

                    วิธีที่ 2 ขณะที่ควายยังมีชีวิต ทราบด้วยพลังจิต ของเกจิอาจารย์ระดับขั้นอภิญญา ที่สามารถสื่อสารกับสิ่งที่มีชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เดรัจฉานได้

                    วิธีที่ 3 เมื่อควายตายลง ถ้าสงสัยว่าควายตัวไหนมีเขาที่เป็นคด ก็ใช้วิธีผ่าพิสูจน์ดูด้วยตากันเลยครับ





                ส่วนท้ายของปลัด ซ้ายมือของภาพ ที่เห็นเจาะรูไว้ร้อยเชือกนั้น เป็นส่วนของปลายเขาครับ ส่วนหัวของปลัด เขวามือของภาพเป็นส่วนโคนเขาครับ กลางลำตัวปลัดหลวงพ่อจาร กันหะ ซึ่งเป็นท่อนแรกของคาถา หัวใจโจร ครับ




                    ด้านนี้ กลางลำตัว หลวงพ่อจาร เนหะ ซึ่งเป็นท่อนหลังของคาถา หัวใจโจร ครับ


ที่หน้าประธาน หลวงพ่อจารยันต์ อุ ครับ


                ส่วนหัวของปลัด มองเห็นรอยอุดกริ่ง ซึ่งเขย่าดูมีเสียงดังกังวาล ครับ


แก้มปลัดด้านซ้าย จารยันต์ มิ


 แก้มปลัดด้านขวา จารยันต์ บิ


 ด้านบน จารยันต์ ตาพระอินทร์


พญานาคเศียรเดียว กำลังพ่นน้ำ ออกจากปากครับ

                    เล่ากันว่า หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ท่านสามารถใช้สมาธิจิต สื่อสารกับ เทพเทวา ภูตผีปีศาจหรือสัตว์เดรัจฉานต่าง ๆ ได้ หลวงพ่อสามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อ ว่าควายตัวไหนมีเขาที่เป็นคด และเมื่อเดินผ่านฝูงวัว ควาย ท่านก็จะพูดกับวัวหรือควายนั้น ขอ คดเขา และ หนัง มาทำเป็นเครื่องรางเมื่อถึงคราวสัตว์นั้นตายลง ควายที่มีเขาเป็น คด ตัวไหนจะตายวันไหนหรือตัวไหนจะถูกฟ้าผ่าตายท่านก็จะทราบด้วยญาณหรือสมาธิจิตของท่าน และท่านก็จะสั่งให้ลูกศิษย์ไปขอบิณฑบาต เขาและหนังจากจากเจ้าของมาทำเป็น เครื่องราง ของขลัง และที่แปลกประหลาดมากอย่างหนึ่งก็คือ ยังไม่เคยปรากฎว่ามีใครสามารถฆ่า วัว ควาย ที่มีเขาที่เป็นคดได้ มันสามารถแคล้วคลาดจากการถูกฆ่าไม่ว่าจะส่งขายโรงฆ่าสัตว์ หรือถูกฆ่าเพื่อการอื่น แต่มันจะตายเองด้วยการแก่ตายเมื่อสิ้นอายุขัยของมันหรือที่เจอบ่อยก็คือ จะต้องถูกฟ้าผ่าตาย เมื่อฟ้าผ่าตายลง ชาวบ้านเขาจะไม่กินเนื้อ แต่จะนำไปฝัง เนื่่องจากควายตัวนั้นมีอาถรรพ์อยู่ในตัว เมื่อถูกฟ้าผ่าควายทั้งตัวจะกลายเป็นของทนสิทธิ์ ทั้งหนังและเขาเกจิอาจารย์ยุคเก่าเขาจะใช้สร้างวัตถุมงคลซึ่งจะมีความความเข้มขลังมากที่สุดครับ

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พระโคโพธิสัตว์ หลวงพ่อสังข์ ว่าด้วยการแยกพิมพ์


                  พระโคโพธิสัตว์ เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 คลุกรัก หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตามความเห็นของ ศิษย์สุริโย คิดว่า น่าจะมี ประมาณ 4 พิมพ์ แต่ละพิมพ์ ก็มีหลายบล็อค ซึ่งแต่ละบล็อค มีการแกะขึ้นใหม่ทำให้แตกต่างกันตามยุคที่สร้าง ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ 
                   

                         1. พระโค พิมพ์ใหญ่ องค์แรก ซ้ายมือสุดของภาพ พระโคพิมพ์ใหญ่เท่าที่เห็นทั่วไปมี 2 บล็อค คือ พิมพ์ใหญ่บล็อคเขาตรง และ พิมพ์ใหญ่บล็อคเขาโค้ง หรือ บางคนเรียก บล็อคเขาเก องค์ในภาพเป็นพิมพ์ใหญ่บล็อคเขาโค้ง

                           2. พระโค พิมพ์กลาง องค์กลางของภาพ เท่าที่พบมีบล็อคเดียวตามภาพเท่านั้น


                           3. พระโค พิมพ์เล็ก องค์ขวามือสุดของภาพ เท่าที่พบมีหลายบล็อค แต่ขนาดขององค์พระ ขนาดของห่วงทองแดง ลักษณะพิมพ์ทรง และเนื้อหาของพระ จะคล้ายกับองค์ในภาพ เนื่องจากน่าจะมีการสร้างออกมาหลายครั้ง หลายยุค(ข้อสังเกตุ พิมพ์นี้ มีการสร้างเลียนแบบมากที่สุด)                                                                                                               ขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของภาพซึ่งผมได้ copy ภาพ เก็บเอาไว้เพื่อศึกษานานแล้วจนลืมชื่อ ไว้เป็นอย่างสูงที่ ศิษย์สุริโย ได้นำภาพออกเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานครับ




                          4. พระโค พิมพ์ผู้หญิงและเด็ก ตามภาพที่ปรากฎ น่าจะมีประมาณ 1 หรือ 2 บล็อค เท่านั้น                                                                                                                     เดิมทีนั้น พระโคโพธิสัตว์ หลวงพ่อสังข์ ท่านสร้างขึ้นเพียง 3 พิมพ์ เท่านั้น คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และ พิมพ์เล็ก แต่ต่อมาอีกหลายปีให้หลัง พระอาจารย์บุญมี วัดสระเกศ ศิษย์เอก ได้ปรารภกับหลวงพ่อสังข์ ในคราวหนึ่งว่า พิมพ์พระโคทั้ง 3 พิมพ์ ที่หลวงพ่อสร้างขึ้นมายุคแรก ๆ นั้นใหญ่เกินไป ไม่เหมาะที่จะให้ผู้หญิงและเด็กใช้ห้อยคอ อีกทั้งพระเริ่มหมดลงไม่พอแจกจ่ายให้ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาอีกจำนวนมากได้ทำบุญ หลวงพ่อจึงได้แกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่ โดยให้มีขนาดเล็กกว่าทั้ง 3 พิมพ์ ที่มีอยู่เดิม เพื่อไว้ให้ผู้หญิงและเด็กใช้โดยเฉพาะ นี่คือที่มา ของพิมพ์ ผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ 4 ที่สร้างขึ้นเป็นพิมพ์หลังสุดของพระโคทั้ง 4 พิมพ์ ครับ
                นี่เป็นการแยกพิมพ์ ตามความคิดเห็นของ ศิษย์สุริโย เท่านั้นนะครับ (ขออภัยหากเห็นต่างจากลูกศิษย์ท่านอื่น) ซึ่งความคิดเห็นดังกล่าวเกิดจากการสอบถามลูกศิษย์สายตรงที่ยังอยู่ กลุ่มลูกศิษย์ผู้รู้และการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลประกอบการพิจารณา ไม่ใช่การนั่งเทียนเขียน สร้างมโนภาพ หรือจินตนาการเอาเอง แต่ประการใด ผิดถูกอย่างไร อยากให้เพื่อน ๆ ที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อสังข์ ช่วยกันพิจารณาต่อไปนะครับ ทั้งนี้และทั้งนั้น ขอให้เพื่อน ๆ ได้ครอบครอง พระโค ของแท้เท่านั้น เรื่องพิมพ์ทรงเป็นเรื่องรองลงมา พิมพ์ไหนก็ได้พุทธคุณเหมือนกันครับ ขอให้แท้เท่านั้น


              กราบคาระวะ หลวงพ่อสังข์ สุริโย ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธายิ่ง                              

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

อีเป๋อ (ห่วงหน้า)


          อีเป๋อ เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 คลุกรัก แถมลงรักและปิดทองอย่างสวยงาม ฝีมือการสร้าง และ ปลุกเสกโดย ราชาเครื่องรางแดนอีสานใต้ นาม พระครูอุดมวรเวท ( สังข์  สุริโย ) วัดนากันตม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อีเป๋อชิ้นนี้ แปลกมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เพราะว่า เป็นอีเป๋อพิมพ์ที่มิใช่มนุษย์ แต่ดูแล้วน่าจะเป็นอีเป๋อของอสูรตนใดตนหนึ่งเป็นแน่แท้ เพราะดูสรีระ หน้าตา ท่าทาง บ่งบอกว่ามิใช่มนุษย์ แถมที่พิเศษ ทำห่วงคู่หน้าอีกต่างหาก เพราะปกติหลวงพ่อจะทำห่วงหลังและห่วงบนเท่านั้น



               ด้านหลัง ปั้นหางของอสูรเป็นเส้นยันต์ นะ ขึ้นยอดเป็นลำสอดม้วนยาวขึ้นไปจนปลายหางจรดศรีษะของอสูร


          เขย่าดูหลวงพ่อฝังกริ่ง เสียงดังกังวาลเพราะมาก อีเป๋อชิ้นนี้ ถือว่าเป็นศิลปะที่แปลกมากที่ไม่เหมือนใคร และ ไม่มีใครเหมือนแน่นอน ขอขอบคุณมาก สำหรับผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ได้อนุญาตให้ถ่ายภาพเครื่องรางชิ้นนี้เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทานครับ

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ปลาข่อกั้งฮุบปลัด (ไม้แกะ)



                     ปลาข่อกั้งฮุบปลัด (ไม้แกะ) ทารักดำ ปิดทองบาง ๆ พองาม ฝีมือการแกะ และปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


                    ไม้ที่ใช้แกะ มีลักษณะเบา แห้ง ได้อายุ เข้าใจว่าเป็นไม้รักซ้อน ด้านข้างตัวปลา ฝังห่วงทองแดง เป็นห่วงคู่ซึ่งหลวงพ่อทำไว้ใช้สำหรับร้อยเชือกเพื่อการพกพา





                     ปลาข่อกั้งตัวนี้ ทำพิเศษ เพราะว่า หลวงพ่อผูกด้ายสายสิิญจน์เสก ไว้ระหว่างห่วงทองแดงคู่ไว้ด้วย อีกทั้ง หลังปลาข่อกั้ง หลวงพ่อจารยันต์ อุ ขึ้นยอดจากหัวปลาโดยมีหางยันต์ลากยาว เกือบถึงหางปลา เขย่าดูแล้วไม่ฝังกริ่ง




                        หลวงพ่อแกะลายเกล็ดปลาข่อกั้งทั้งตัว ทำให้ดูแล้วสวยงาม มีเสน่ห์ และเพิ่มคุณค่า ของเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นไปอีก




                  ส่วนพุทธคุณ เล่าลือกันว่า เด่นด้านเมตตา มหานิยม มหาลาภ(เรียกทรัพย์)และ การเจรจาค้าขายก็สุดยอด ขอขอบคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ได้มอบภาพถ่ายเครื่องรางชิ้นนี้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานครับ



วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นางสิกขี (ทรงเครื่อง) หลังยันต์ ไม่มีห่วง


                   นางสิกขี(ทรงเครื่อง) หลังยันต์  ไม่มีห่วง เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 คลุกรัก และปิดทองพองามครับ สร้างและปลุกเสกโดย พระครูอุดมวรเวท ( สังข์  สุริโย ) วัดนากันตม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


                     หลังยันต์ ไม่มีห่วง นางสิกขีรุ่นนี้ เป็นรุ่นหลังเรียบตรง ฝังกริ่ง ประทับยันต์เฑาะว์ขัดสมาธิใหญ่ ซึ่งหลวงพ่อ ออกแบบยันต์ตัวนี้ ได้สวยงามคลาสสิคมากครับ และ องค์นี้ ประทับยันต์ได้ คม ชัด ลึก สวยงามมากครับ นางสิกขี หลวงพ่อสังข์ รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่มีการปลอมแปลงมากที่สุดและหลายฝีมือ ของปลอมมีทั้งหลังยันต์ หลังเรียบไม่มียันต์ และ หลังยันต์แบบแปลก ๆ ซึ่งดูแล้วไม่ใช่ยันต์เฑาะว์ก็มีปรากฎให้เห็น เพื่อน ๆ ที่จะเช่าหาต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ

                  ขอขอบคุณ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายของนางสิกขีองค์สวยสุดยอดองค์นี้ และภาพถ่ายของหลวงพ่อสังข์ มาเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันเพื่อเป็นวิทยาทานและใช้เป็นแนวทางในการสะสมเช่าหาครับ

                          ส่วนพุทธคุณนั้น นางสิกขี เด่นมากทาง เมตตา มหาเสน่ห์ มหานิยม แต่ทางด้านโภคทรัพย์ ลาภสักการะ เจรจาค้าขาย ก็ไม่เป็นสองรองใครครับ