วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พญาเต่า



                    พญาเต่า เนื้อผงพุทธคุณ ผงว่าน ผงยาสมุนไพร ผงเกสร ไคลโบสถ์ ทุกอย่าง 108 ชนิด ผสมครั่ง คลุกรัก สร้างและปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์  สุริโย วัดนากันตม  ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ



                    ด้านหลัง ประทับยันต์ เฑาะว์ขัดสมาธิ (ยันต์ใหญ่) คม ชัด ลึก สวยงามชัดเจน อันเป็นเอกลักษณ์ ประจำตัวของหลวงพ่อ



                  ที่คอพญาเต่า หลวงพ่อผูกด้ายสายสิญจน์เสก ทำให้เพิ่มความเข้มขลังเข้าไปอีก



                   ส่วนหัวพญาเต่า ตรงบริเวณปาก ฝังห่วงทองแดง(ห่วงทองแดงแบบหนา) ลักษณะท่าทางเหมือนพญาเต่ากำลังคาบห่วงทองแดงไว้ในปาก ซึ่งห่วงลักษณะนี้ ก็บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของเครื่องราง ของขลัง ของหลวงพ่อสังข์ อีกแบบหนึ่งเช่นกัน


                         สังเกตุ ด้ายสายสิญจน์เสก จะเป็นกลุ่มด้าย 3 ขนาด เส้นใหญ่ กลาง เล็ก ผูกรวมกันอยู่



                   มองเห็นลูกตาของพญาเต่า ชัดเจน



                 ลักษณะของกระดองเต่า หลวงพ่อออกแบบสร้างไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ส่วนทางด้านพุทธคุณนั้น เด่นมากทางด้านโชคลาภ โดยจะต้องภาวนาคาถา "นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ" กำกับด้วย




                       พญาเต่าตนนี้ ฝังกริ่ง เขย่าดู เสียงดังกังวาล เพราะมาก ส่วนพญาเต่าพิมพ์อื่นนอกเหนือจากนี้ ต้องพิจารณากันให้ละเอียดถี่ถ้วนถึงที่มา ที่ไป ความเก่า ความละเอียดสวยงาม คมชัด ของเส้นสายลายยันต์ให้ถี่ถ้วนกันนะครับ เพราะอาจจะผิดวัด ยัดอาจารย์ ว่าเป็นของหลวงพ่อสังข์ ก็อาจจะเป็นได้


                      กราบหลวงพ่อสังข์  สุริโย วัดนากันตม ด้วยความเคารพและศรัทธายิ่งครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ปลัดขิก เพชรพญาธร


                       ปลัดขิก เพชรพญาธร เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 ทาทอง หลวงพ่อสังข์  สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


                    เท่าที่ทราบ มีเกจิอาจารย์ไม่กี่ท่านแทบจะนับได้ ในประเทศไทย ที่สร้างปลัดเนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน เท่าที่เห็นก็จะเป็น แกะจาก ไม้ เขา งา เสียเป็นส่วนใหญ่


                   แต่ขึ้นชื่อว่า หลวงพ่อสังข์ แห่งวัดนากันตม ราชาเครื่องรางแห่งอีสานใต้ สร้างอะไรแล้วต้องไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะว่าท่านสร้างจากผงพุทธคุณ ผงว่าน ผงสรรพยาและผงอาถรรพ์อื่น ๆ ฝีมือการออกแบบรูปทรง ศิลปะ ลวดลาย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน


                           ฝังกริ่งเสียงดังกังวาล และทาทองอย่างหนาไว้รอบตัวปลัด


                        สุดยอดการออกแบบจากภูมิปัญญาของเกจิอาจารย์อีสานใต้ ระดับซือแป๋เรียกอาจารย์



                        บรรยายศิลปะด้วยภาพครับ เป็นปลัดตัวใหญ่กับตัวเล็กซ้อนกันอยู่ครับ


                               ลูกพี่เราวางมาดขรึมน่าดู


                        ด้านท้ายปลัดทำเป็นหางม้วนงอขึ้นไปทางด้านหลัง ฝังห่วงทองแดง 2 ห่วง เป็นห่วงใหญ่และห่วงเล็ก คล้องกันไว้ บางท่านเรียกว่า ปลัดขิก เพชรพญาธร


                            ส่วนพทธคุณนั้นก็คงเหมือนกับปลัดของเกจิอาจารย์อื่น ๆ ทั่วไป ที่เด่นทางด้าน เมตตา มหาเสน่ห์ มหานิยม และเจรจาค้าขายครับ

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลิง


                  ลิงหน้ากระบี่ นั่งยอง รากไม้แกะ สร้างและปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ



                    รากไม้ที่นำมาแกะ เข้าใจว่า น่าจะเป็นรากต้นรักซ้อน หรือต้นพุดซ้อนที่หลวงพ่อปลูกไว้ข้างกุฏิ



                      หลวงพ่อนำรากไม้มาแกะเองและปลุกเสกเอง แถมระบายสีฝุ่นเอง ทำได้สวยงามถูกต้องตามตำราทุกอย่าง



                    ชมฝีมือการแกะ และการระบายสีฝุ่น ของ หลวงพ่อสังข์



                      ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะนี่ พระอาจารย์ที่อยู่ในใจผมตลอดกาล



                         ด้านใต้ฐาน หลวงพ่อได้นำครั่งมาอุดไว้ บางท่านให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หลวงพ่ออาจจะฝังตะกรุดไว้ก่อนที่จะอุดครั่ง สุดท้ายหลวงพ่อก็ประทับยันต์ เฑาะว์ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวของหลวงพ่อไว้เป็นสำคัญ และเป็นเอกลักษณ์ ให้ทราบว่าเป็นของหลวงพ่อแน่นอน ถึงแม้ความคมชัดของยันต์ได้เลือนลางไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังพอเห็นเค้าเดิมอยู่บ้าง ตามที่ ศิษย์สุริโย ได้แสดงร่องรอยเส้นสายของยันต์เพิ่มเติมไว้ให้เห็นครับ



                   ยันต์ที่ประทับ เป็นตัวเดียวกันกับที่ประทับที่ลูกอมลูกนี้ครับ



                         กราบคารวะ ท่านพระครูอุดมวรเวท(หลวงพ่อสังข์  สุริโย) ไว้ด้วยความเคารพและนับถือศรัทธายิ่งครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

ผ้ายันต์เขียนมือ


                      ผ้ายันต์แดง เขียนมือ หลวงพ่อสังข์  สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผ้ายันต์รุ่นนี้ หลวงพ่อใช้ปากกาหมึกสีดำเขียนยันต์ลงบนผ้าแดงซึ่งตีกรอบสี่เหลี่ยมใหญ่ซ้อนกันสองชั้น ภายในกรอบหลวงพ่อยังแบ่งซอยออกเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กอีกจำนวน 25 ช่อง หลวงพ่อเขียนทั้งยันต์ที่เป็นตัวอักขระและเลขยันต์ ลงไปจนเต็มทั้ง 25 ช่อง ส่วนกรอบใหญ่ชั้นนอกหลวงพ่อเขียนยันต์กำกับไว้ทั้ง 4 มุม ส่วนหัวเขียนยันต์อักษรธรรมไว้ 2 ตัว ขนาดของผ้ายันต์ ประมาณ 8  X 12 นิ้ว



                 ผ้ายันต์ผืนนี้ ลูกศิษย์ได้นำไปใส่กรอบกระจกไว้บูชาที่ร้านกระจก เมืองทอง ถนนเสริมราษฏร์ บ้านบก อำเภอกันทรลักษ์ ปัจจุบันไม่ทราบว่าร้านกระจกนี้ ยังคงดำเนินกิจการอยู่หรือไม่



                       ประวัติการสร้างผ้ายันต์เขียนมือรุ่นนี้ เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง ประมาณปี พ.ศ.2510 กว่าๆ ได้มีตำรวจชั้นประทวนยศจ่าสิบตำรวจตรีท่านหนึ่ง เป็นชาวอำเภอเมืองศรีสะเกษ บวชเรียนเป็นมหาเก่าชื่อจุมพลจำนามสกุลไม่ได้ สึกออกมาสมัครเป็นตำรวจ พอสอบเป็นร้อยตำรวจตรีได้ก็อายุมากแล้ว กรมตำรวจส่งไปอยู่ สภอ.กันทรลักษ์ นายตำรวจท่านนี้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ว่างเว้นจากการงานในวันหยุด ก็จะออกเยี่ยมเยียนพูดคุยพบปะกับพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอกันทรลักษ์ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ชาวกันทรลักษ์รู้จักและคุ้นเคยกับหมวดจุมพลกันเป็นอย่างดี ต่อมาที่กันทรลักษ์ เกิดมีคดีทำร้ายร่างกายรวมทั้งมีการปล้นฆ่าเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หมวดจุมพลให้ลูกน้องสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อคดีรายนี้ไม่ทราบชื่อเป็นคนจังหวัดอื่นแถวๆ ภาคกลางตอนบน ย้ายมาอยู่กันทรลักษ์เพราะว่าไปได้เมียที่นั่น เจ้าหมอนี่เป็นคนมีวิชาอาคมแต่มีนิสัยไม่ดี เป็นนักเลงไม่กลัวใคร วันหนึ่ง หมวดจุมพลออกไปกับลูกน้องเพียง 2 คน ที่บ้านของคนร้ายซึ่งอยู่นอกหมู่บ้าน ไม่ได้พกอาวุธไปด้วย ด้วยความมั่นใจจึงชล่าใจ กะว่าจะใช้ฝีปากเจรจาดีๆ ให้เข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่เจ้านี่ร้ายมากยอมเจรจาพูดคุยด้วยดีเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อหมวดจุมพลเผลอมันใช้ขวานจามลงไปที่กลางหลังและศรีษะ ทำให้หมวดจุมพลล้มทั้งยืน เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกน้องไม่มีอาวุธไม่กล้าเข้าช่วยได้แต่วิ่งกลับไปที่สถานีตำรวจ ไปบอกให้ผู้บังคับบัญชาส่งกำลังพร้อมอาวุธครบมือไปช่วย เมื่อกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่า เจ้าผู้ร้ายเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้เชือกมัดศพหมวดจุมพล แล้วผูกกับควายให้ลากออกไปยังป่าไผ่ข้างบ้าน เมื่อกำลังตำรวจไปถึงผู้ร้ายขัดขืนไม่ยอมให้ตำรวจเข้าใกล้ศพพร้อมสู้ตาย จึงเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเพื่อจะแย่งเอาศพของหมวดจุมพลออกมา ในที่สุดผู้ร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงสามารถนำศพของหมวดจุมพลออกมาประกอบพิธีทางศาสนาได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ปัจจุบันยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวอำเภอกันทรลักษ์รุ่นเก่าหลายคน

                       หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวกันทรลักษ์ทั้งอำเภอก็เกิดความหวาดกลัวระส่ำระสายและพากันเล่าลือถึงความเฮี้ยนของวิญญาณหมวดจุมพล โดยเฉพาะที่โรงพักตอนกลางคืนตำรวจพากันเห็นหมวดจุมพลไปนั่งเข้าเวรกลางดึกอยู่่บ่อย ๆ และเห็นกันหลายคน บางครั้งชาวบ้านก็เห็นวิญญาณหมวดจุมพลแต่งเครื่องแบบเต็มยศออกเดินตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยตามถนนหนทางในตลาดกันทรลักษ์ตอนดึก ๆ อยู่บ่อยครั้ง นานเข้าทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านไปทำกิจธุระจำเป็นในตอนกลางคืน เพราะพากันขวัญผวากลัวว่าจะเจอกับวิญญาณหมวดจุมพลเข้าให้ ทางบ้านเมืองและคณะสงฆ์จึงได้ปรึกษากันว่าให้ทำบุญใหญ่ในตลาดอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อป้องกันมิให้วิญญาณและสิ่งชั่วร้ายเข้ามาในเขตเมืองกันทรลักษ์ และสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้าน จึงได้นิมนต์หลวงพ่อสังข์  สุริโย วัดนากันตม และพระสงฆ์ในเขตอำเภอไปทำการสวดมนต์ปัดรังควาญเพื่อความเป็นศิริมงคลในตลาดอำเภอกันทรลักษ์ โดยเฉพาะหลวงพ่อสังข์ ได้ทำการขุดหลุมฝังอาถรรพ์เพื่อป้องกันปีศาจร้ายและวิญญาณต่างๆรอบเมืองกันทรลักษ์ จำนวนถึง 4 จุด ตามทิศต่าง ๆ 4 ทิศ ส่วนชาวบ้านร้านตลาดหลวงพ่อก็ได้เขียนผ้ายันต์แดงด้วยลายมือมือของหลวงพ่อเองตามภาพ และทำการปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นอย่างดี โดยหลวงพ่อสั่งให้เอาไปติดไว้ตามบ้านอยู่อาศัย อาคาร ร้านตลาด เพื่อความเป็นศิริมงคลและป้องกันภัย จำนวนหลายร้อยผืน ทำให้ในคราวนั้น หลวงพ่อสังข์ ได้ปัจจัยจากการทำบุญของชาวบ้านไปสร้างโบสถ์และศาลาเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นวิญญาณของหมวดจุมพลอีกเลย และอำเภอกันทรลักษ์ก็เกิดความสงบ ร่มเย็น เป็นสุข และเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่นั้นเป็นต้น
มา                                                                                                      
                       ขอขอบคุณมากสำหรับผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ได้อนุญาตให้ถ่ายภาพออกเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานครับ 

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

สร้อยลูกปัด


                   สร้อยลูกปัด ฝีมือการสร้างและปลุกเสกโดย ราชาเครื่องราง แดนอีสานใต้ นาม พระครูอุดมวรเวท(หลวงพ่อสังข์ สุริโย) วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ



                     ลูกปัด ทำด้วยเขาควายเผือก ฟ้าผ่าตาย เหลาเป็นเม็ดลูกปัด นับได้ จำนวน 29 เม็ด



                     เจาะรูหัวท้ายของเม็ดลูกปัด เพื่อทำการฝังห่วงทองแดง จำนวนทั้งสิ้น 58 ห่วง สอดห่วงประสานร้อยกันทำเป็นสร้อย ลูกปัด



                    หลวงพ่อสังข์ ต้องใช้ความเพียรพยายามมาก ในการสร้างเครื่องรางชิ้นนี้  เริ่มตั้งแต่ การเสาะแสวงหา เขาควายเผือกฟ้าผ่าตาย ซึ่งถือกันว่า เป็นของทนสิทธิ์ เป็นวัตถุอาถรรพ์ ที่หาได้ยากมาก เม็ดลูกปัด 2 เม็ดนี้ แสดงให้เห็นลายเส้นเสี้ยนอันเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งมีความเก่า ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นเขาควายเผือกอย่างชัดเจน เมื่อได้เขามาแล้ว ก็ต้องใช้ความเพียร ในการผ่าเขาควายออกมาเป็นเส้น ๆ ตัดเป็นท่อนเล็ก ๆ แล้วจึงเหลาเป็นเม็ดลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ แต่ละเม็ด มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 2 เซนติเมตร หนาประมาณ 7 - 8 มิลลิเมตร ต่อมาก็เจาะรูหัวท้าย ความลึกพอประมาณพอที่จะฝังห่วงทองแดงลงไปให้แน่นหนา เพื่อมิให้ห่วงทองแดงที่สอดประสานร้อยกันทำเป็นสร้อยมิให้หลุดออกจากกันได้ แต่เพื่อให้ห่วงมีความแน่นหนาเพิ่มขึ้นไปอีก หลวงพ่อได้ใช้ชันโรง ซึ่งทางอีสานเรียกว่า ขี้สูด ซึ่งมีความเหนียวมาก อุดลงไปที่รูหัวท้ายอีกชั้นหนึ่ง



                     เสร็จแล้ว จึงนำไปลงเหล็กจารทีละเม็ด จนครบ 29 เม็ด จนถึงขั้นตอนสุดท้ายหลวงพ่อยังนำไปจุ่มรักแดงเพื่อรักษาสภาพและความสวยงามอีกครั้ง



                    ส่วนลูกปัดเม็ดนี้ เจ้าของเดิม คงจะสงสัยว่า เม็ดลูกปัดนี่มันทำด้วยอะไรหว่า?  จึงลงทุนใช้ของมีคมขูดรักที่เคลือบผิวออกเสร็จแล้วยังไม่พอ ยังเอาปลายแหลมของมีคมกรีดลงไปในเนื้อของลูกปัดเสียอีก 4 - 5 รอย  สุดท้ายก็คงจะอึ้งและหายสงสัยแล้วว่า นี่มันเขาควายจริง ๆ นี่หว่า !



                    ลูกปัดเม็ดนี้ หลวงพ่อลงเหล็กจารยันต์ เฑาะว์ขัดสมาธิหรือ เฑาะว์มหาพรหม ซึ่งเป็นยันต์ ประจำตัวของหลวงพ่อ ชัดเจนครับ



                   พิ่มภาพเพื่อให้เพื่อน ๆ สังเกตุเห็นการอุดชันโรง และ คราบรักแดง ที่เคลือบไว้ครับ แต่เนื่องจากความเก่าและการใช้มาอย่างยาวนาน ทำให้คราบรักแดงหลุดลอกออกไปมาก แต่ก็ยังพอเห็นร่องรอยให้ศึกษาครับ



                      การเหลาเม็ดลูกปัด หลวงพ่อเหลาเป็นทรงคล้าย ลูกรักบี้ หรือ เม็ดข้าวสาร ครับ                                                                  ทางด้านพุทธคุณ ถือได้ว่า ครอบจักรวาล ครับ ทั้งเขาควายเผือกฟ้าผ่าตาย ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุอาถรรพ์ เป็นของกายสิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มีคุณวิเศษเด่นมากทางด้านมีฤทธิ์ในตัว กันเสนียด กันภูตผี มีอำนาจ แก้อาถรรพ์ต่าง ๆ ส่วนชันโรง หรือขี้สูด(ต้องเป็นขี้สูดเพียงดิน หรือ ชันโรงใต้ดินเท่านั้น) โบราณถือว่าเป็นของทนสิทธิ์ที่มีอาถรรพ์ลี้ลับ ดีทางป้องกันไฟ กันคุณไสยมนต์ดำ เป็นมหาอุด แคล้วคลาด รวมทั้งเมตตามหานิยมด้วยครับ  หมอธรรมทางภาคอีสาน นิยมนำขี้สูดมาอุดเต้าแคน หรือถ่วงเครื่องดนตรี เช่น โปงลาง ทำให้เกิดเสียงไพเราะ  เกจิอาจารย์ทางภาคกลาง นิยมนำมาอุดปากเบี้ยแก้กันไม่ให้ปรอทหนี และทำเครื่องรางต่าง ๆ 

                      ขอขอบคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่อนุญาตให้ ศิษย์สุริโย นำภาพ สร้อยลูกปัด เส้นนี้ ออกมาเผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

นางกวัก


                   นางกวัก เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงว่าน 108 คลุกรัก ปิดทองพองาม หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่การปิดทองหรือไม่นั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัด ว่าเป็นของจริงหรือไม่ เนื่องจากบางองค์ลูกศิษย์นำไปปิดทองเพิ่มเติมเองในภายหลัง แต่ข้อสำคัญขอให้จดจำพิมพ์ทรงและเนื้อหามวลสารเท่านั้น ที่จะเป็นข้อยุติว่าของจริงหรือเลียนแบบครับ



                 หลังเรียบ ไม่ปรากฏ ยันต์เฑาะว์ ประทับหรือลงเหล็กจารด้านหลัง เหมือนเครื่องรางทั่ว ๆ ไป ของหลวงพ่อ



                   กราบคารวะหลวงพ่อด้วยความเคารพยิ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

พระโคโพธิสัตว์ พิมพ์กลาง



                  พระโคโพธิสัตว์ พิมพ์กลาง หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ



                    เป็นพระโคพิมพ์ที่หลวงพ่อแกะพิมพ์ได้สวยงามมากอีกพิมพ์หนึ่ง อีกทั้งพิมพ์นี้ หลวงพ่อฝังกริ่งเป็นปรอทเม็ดทราย (สัมฤทธิ์ปรอท) เมื่อเขย่าดูจะมีเสียงดัง แซ๊กๆๆ ลูกศิษย์หลายคนบอกใช้แทนเบี้ยแก้ได้



                        สวัสดีปีใหม่  ๒๕๕๘ ในวาระดิถี ขึ้นปีใหม่ ศิษย์สุริโยขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งบารมีของสุดยอดเกจิอาจารย์แดนอีสานใต้นาม พระครูอุดมวรเวท (หลวงพ่อสังข์  สุริโย)  วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จงได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่าน มีความสุข ความเจริญ ประสบความสำเร็จ ความสมหวัง และ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  จงเป็นของเพื่อน ๆ ทุกคน ตลอดปี ๒๕๕๘ ด้วยเทอญ