วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ลิง
ลิงหน้ากระบี่ นั่งยอง รากไม้แกะ สร้างและปลุกเสกโดย หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
รากไม้ที่นำมาแกะ เข้าใจว่า น่าจะเป็นรากต้นรักซ้อน หรือต้นพุดซ้อนที่หลวงพ่อปลูกไว้ข้างกุฏิ
หลวงพ่อนำรากไม้มาแกะเองและปลุกเสกเอง แถมระบายสีฝุ่นเอง ทำได้สวยงามถูกต้องตามตำราทุกอย่าง
ชมฝีมือการแกะ และการระบายสีฝุ่น ของ หลวงพ่อสังข์
ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะนี่ พระอาจารย์ที่อยู่ในใจผมตลอดกาล
ด้านใต้ฐาน หลวงพ่อได้นำครั่งมาอุดไว้ บางท่านให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หลวงพ่ออาจจะฝังตะกรุดไว้ก่อนที่จะอุดครั่ง สุดท้ายหลวงพ่อก็ประทับยันต์ เฑาะว์ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวของหลวงพ่อไว้เป็นสำคัญ และเป็นเอกลักษณ์ ให้ทราบว่าเป็นของหลวงพ่อแน่นอน ถึงแม้ความคมชัดของยันต์ได้เลือนลางไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังพอเห็นเค้าเดิมอยู่บ้าง ตามที่ ศิษย์สุริโย ได้แสดงร่องรอยเส้นสายของยันต์เพิ่มเติมไว้ให้เห็นครับ
ยันต์ที่ประทับ เป็นตัวเดียวกันกับที่ประทับที่ลูกอมลูกนี้ครับ
กราบคารวะ ท่านพระครูอุดมวรเวท(หลวงพ่อสังข์ สุริโย) ไว้ด้วยความเคารพและนับถือศรัทธายิ่งครับ
วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558
ผ้ายันต์เขียนมือ
ผ้ายันต์แดง เขียนมือ หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผ้ายันต์รุ่นนี้ หลวงพ่อใช้ปากกาหมึกสีดำเขียนยันต์ลงบนผ้าแดงซึ่งตีกรอบสี่เหลี่ยมใหญ่ซ้อนกันสองชั้น ภายในกรอบหลวงพ่อยังแบ่งซอยออกเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กอีกจำนวน 25 ช่อง หลวงพ่อเขียนทั้งยันต์ที่เป็นตัวอักขระและเลขยันต์ ลงไปจนเต็มทั้ง 25 ช่อง ส่วนกรอบใหญ่ชั้นนอกหลวงพ่อเขียนยันต์กำกับไว้ทั้ง 4 มุม ส่วนหัวเขียนยันต์อักษรธรรมไว้ 2 ตัว ขนาดของผ้ายันต์ ประมาณ 8 X 12 นิ้ว
ผ้ายันต์ผืนนี้ ลูกศิษย์ได้นำไปใส่กรอบกระจกไว้บูชาที่ร้านกระจก เมืองทอง ถนนเสริมราษฏร์ บ้านบก อำเภอกันทรลักษ์ ปัจจุบันไม่ทราบว่าร้านกระจกนี้ ยังคงดำเนินกิจการอยู่หรือไม่
ประวัติการสร้างผ้ายันต์เขียนมือรุ่นนี้ เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง ประมาณปี พ.ศ.2510 กว่าๆ ได้มีตำรวจชั้นประทวนยศจ่าสิบตำรวจตรีท่านหนึ่ง เป็นชาวอำเภอเมืองศรีสะเกษ บวชเรียนเป็นมหาเก่าชื่อจุมพลจำนามสกุลไม่ได้ สึกออกมาสมัครเป็นตำรวจ พอสอบเป็นร้อยตำรวจตรีได้ก็อายุมากแล้ว กรมตำรวจส่งไปอยู่ สภอ.กันทรลักษ์ นายตำรวจท่านนี้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ว่างเว้นจากการงานในวันหยุด ก็จะออกเยี่ยมเยียนพูดคุยพบปะกับพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอกันทรลักษ์ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ชาวกันทรลักษ์รู้จักและคุ้นเคยกับหมวดจุมพลกันเป็นอย่างดี ต่อมาที่กันทรลักษ์ เกิดมีคดีทำร้ายร่างกายรวมทั้งมีการปล้นฆ่าเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หมวดจุมพลให้ลูกน้องสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อคดีรายนี้ไม่ทราบชื่อเป็นคนจังหวัดอื่นแถวๆ ภาคกลางตอนบน ย้ายมาอยู่กันทรลักษ์เพราะว่าไปได้เมียที่นั่น เจ้าหมอนี่เป็นคนมีวิชาอาคมแต่มีนิสัยไม่ดี เป็นนักเลงไม่กลัวใคร วันหนึ่ง หมวดจุมพลออกไปกับลูกน้องเพียง 2 คน ที่บ้านของคนร้ายซึ่งอยู่นอกหมู่บ้าน ไม่ได้พกอาวุธไปด้วย ด้วยความมั่นใจจึงชล่าใจ กะว่าจะใช้ฝีปากเจรจาดีๆ ให้เข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่เจ้านี่ร้ายมากยอมเจรจาพูดคุยด้วยดีเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อหมวดจุมพลเผลอมันใช้ขวานจามลงไปที่กลางหลังและศรีษะ ทำให้หมวดจุมพลล้มทั้งยืน เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกน้องไม่มีอาวุธไม่กล้าเข้าช่วยได้แต่วิ่งกลับไปที่สถานีตำรวจ ไปบอกให้ผู้บังคับบัญชาส่งกำลังพร้อมอาวุธครบมือไปช่วย เมื่อกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่า เจ้าผู้ร้ายเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้เชือกมัดศพหมวดจุมพล แล้วผูกกับควายให้ลากออกไปยังป่าไผ่ข้างบ้าน เมื่อกำลังตำรวจไปถึงผู้ร้ายขัดขืนไม่ยอมให้ตำรวจเข้าใกล้ศพพร้อมสู้ตาย จึงเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเพื่อจะแย่งเอาศพของหมวดจุมพลออกมา ในที่สุดผู้ร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงสามารถนำศพของหมวดจุมพลออกมาประกอบพิธีทางศาสนาได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ปัจจุบันยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวอำเภอกันทรลักษ์รุ่นเก่าหลายคน
หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวกันทรลักษ์ทั้งอำเภอก็เกิดความหวาดกลัวระส่ำระสายและพากันเล่าลือถึงความเฮี้ยนของวิญญาณหมวดจุมพล โดยเฉพาะที่โรงพักตอนกลางคืนตำรวจพากันเห็นหมวดจุมพลไปนั่งเข้าเวรกลางดึกอยู่่บ่อย ๆ และเห็นกันหลายคน บางครั้งชาวบ้านก็เห็นวิญญาณหมวดจุมพลแต่งเครื่องแบบเต็มยศออกเดินตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยตามถนนหนทางในตลาดกันทรลักษ์ตอนดึก ๆ อยู่บ่อยครั้ง นานเข้าทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านไปทำกิจธุระจำเป็นในตอนกลางคืน เพราะพากันขวัญผวากลัวว่าจะเจอกับวิญญาณหมวดจุมพลเข้าให้ ทางบ้านเมืองและคณะสงฆ์จึงได้ปรึกษากันว่าให้ทำบุญใหญ่ในตลาดอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อป้องกันมิให้วิญญาณและสิ่งชั่วร้ายเข้ามาในเขตเมืองกันทรลักษ์ และสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้าน จึงได้นิมนต์หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม และพระสงฆ์ในเขตอำเภอไปทำการสวดมนต์ปัดรังควาญเพื่อความเป็นศิริมงคลในตลาดอำเภอกันทรลักษ์ โดยเฉพาะหลวงพ่อสังข์ ได้ทำการขุดหลุมฝังอาถรรพ์เพื่อป้องกันปีศาจร้ายและวิญญาณต่างๆรอบเมืองกันทรลักษ์ จำนวนถึง 4 จุด ตามทิศต่าง ๆ 4 ทิศ ส่วนชาวบ้านร้านตลาดหลวงพ่อก็ได้เขียนผ้ายันต์แดงด้วยลายมือมือของหลวงพ่อเองตามภาพ และทำการปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นอย่างดี โดยหลวงพ่อสั่งให้เอาไปติดไว้ตามบ้านอยู่อาศัย อาคาร ร้านตลาด เพื่อความเป็นศิริมงคลและป้องกันภัย จำนวนหลายร้อยผืน ทำให้ในคราวนั้น หลวงพ่อสังข์ ได้ปัจจัยจากการทำบุญของชาวบ้านไปสร้างโบสถ์และศาลาเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นวิญญาณของหมวดจุมพลอีกเลย และอำเภอกันทรลักษ์ก็เกิดความสงบ ร่มเย็น เป็นสุข และเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่นั้นเป็นต้น
มา
ขอขอบคุณมากสำหรับผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ได้อนุญาตให้ถ่ายภาพออกเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558
สร้อยลูกปัด
สร้อยลูกปัด ฝีมือการสร้างและปลุกเสกโดย ราชาเครื่องราง แดนอีสานใต้ นาม พระครูอุดมวรเวท(หลวงพ่อสังข์ สุริโย) วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ลูกปัด ทำด้วยเขาควายเผือก ฟ้าผ่าตาย เหลาเป็นเม็ดลูกปัด นับได้ จำนวน 29 เม็ด
เจาะรูหัวท้ายของเม็ดลูกปัด เพื่อทำการฝังห่วงทองแดง จำนวนทั้งสิ้น 58 ห่วง สอดห่วงประสานร้อยกันทำเป็นสร้อย ลูกปัด
หลวงพ่อสังข์ ต้องใช้ความเพียรพยายามมาก ในการสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ เริ่มตั้งแต่ การเสาะแสวงหา เขาควายเผือกฟ้าผ่าตาย ซึ่งถือกันว่า เป็นของทนสิทธิ์ เป็นวัตถุอาถรรพ์ ที่หาได้ยากมาก เม็ดลูกปัด 2 เม็ดนี้ แสดงให้เห็นลายเส้นเสี้ยนอันเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งมีความเก่า ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นเขาควายเผือกอย่างชัดเจน เมื่อได้เขามาแล้ว ก็ต้องใช้ความเพียร ในการผ่าเขาควายออกมาเป็นเส้น ๆ ตัดเป็นท่อนเล็ก ๆ แล้วจึงเหลาเป็นเม็ดลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ แต่ละเม็ด มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 2 เซนติเมตร หนาประมาณ 7 - 8 มิลลิเมตร ต่อมาก็เจาะรูหัวท้าย ความลึกพอประมาณพอที่จะฝังห่วงทองแดงลงไปให้แน่นหนา เพื่อมิให้ห่วงทองแดงที่สอดประสานร้อยกันทำเป็นสร้อยมิให้หลุดออกจากกันได้ แต่เพื่อให้ห่วงมีความแน่นหนาเพิ่มขึ้นไปอีก หลวงพ่อได้ใช้ชันโรง ซึ่งทางอีสานเรียกว่า ขี้สูด ซึ่งมีความเหนียวมาก อุดลงไปที่รูหัวท้ายอีกชั้นหนึ่ง
เสร็จแล้ว จึงนำไปลงเหล็กจารทีละเม็ด จนครบ 29 เม็ด จนถึงขั้นตอนสุดท้ายหลวงพ่อยังนำไปจุ่มรักแดงเพื่อรักษาสภาพและความสวยงามอีกครั้ง
ส่วนลูกปัดเม็ดนี้ เจ้าของเดิม คงจะสงสัยว่า เม็ดลูกปัดนี่มันทำด้วยอะไรหว่า? จึงลงทุนใช้ของมีคมขูดรักที่เคลือบผิวออกเสร็จแล้วยังไม่พอ ยังเอาปลายแหลมของมีคมกรีดลงไปในเนื้อของลูกปัดเสียอีก 4 - 5 รอย สุดท้ายก็คงจะอึ้งและหายสงสัยแล้วว่า นี่มันเขาควายจริง ๆ นี่หว่า !
ลูกปัดเม็ดนี้ หลวงพ่อลงเหล็กจารยันต์ เฑาะว์ขัดสมาธิหรือ เฑาะว์มหาพรหม ซึ่งเป็นยันต์ ประจำตัวของหลวงพ่อ ชัดเจนครับ
เพิ่มภาพเพื่อให้เพื่อน ๆ สังเกตุเห็นการอุดชันโรง และ คราบรักแดง ที่เคลือบไว้ครับ แต่เนื่องจากความเก่าและการใช้มาอย่างยาวนาน ทำให้คราบรักแดงหลุดลอกออกไปมาก แต่ก็ยังพอเห็นร่องรอยให้ศึกษาครับ
การเหลาเม็ดลูกปัด หลวงพ่อเหลาเป็นทรงคล้าย ลูกรักบี้ หรือ เม็ดข้าวสาร ครับ ทางด้านพุทธคุณ ถือได้ว่า ครอบจักรวาล ครับ ทั้งเขาควายเผือกฟ้าผ่าตาย ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุอาถรรพ์ เป็นของกายสิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มีคุณวิเศษเด่นมากทางด้านมีฤทธิ์ในตัว กันเสนียด กันภูตผี มีอำนาจ แก้อาถรรพ์ต่าง ๆ ส่วนชันโรง หรือขี้สูด(ต้องเป็นขี้สูดเพียงดิน หรือ ชันโรงใต้ดินเท่านั้น) โบราณถือว่าเป็นของทนสิทธิ์ที่มีอาถรรพ์ลี้ลับ ดีทางป้องกันไฟ กันคุณไสยมนต์ดำ เป็นมหาอุด แคล้วคลาด รวมทั้งเมตตามหานิยมด้วยครับ หมอธรรมทางภาคอีสาน นิยมนำขี้สูดมาอุดเต้าแคน หรือถ่วงเครื่องดนตรี เช่น โปงลาง ทำให้เกิดเสียงไพเราะ เกจิอาจารย์ทางภาคกลาง นิยมนำมาอุดปากเบี้ยแก้กันไม่ให้ปรอทหนี และทำเครื่องรางต่าง ๆ
ขอขอบคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่อนุญาตให้ ศิษย์สุริโย นำภาพ สร้อยลูกปัด เส้นนี้ ออกมาเผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
นางกวัก
หลังเรียบ ไม่ปรากฏ ยันต์เฑาะว์ ประทับหรือลงเหล็กจารด้านหลัง เหมือนเครื่องรางทั่ว ๆ ไป ของหลวงพ่อ
กราบคารวะหลวงพ่อด้วยความเคารพยิ่ง
วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558
พระโคโพธิสัตว์ พิมพ์กลาง
พระโคโพธิสัตว์ พิมพ์กลาง หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
เป็นพระโคพิมพ์ที่หลวงพ่อแกะพิมพ์ได้สวยงามมากอีกพิมพ์หนึ่ง อีกทั้งพิมพ์นี้ หลวงพ่อฝังกริ่งเป็นปรอทเม็ดทราย (สัมฤทธิ์ปรอท) เมื่อเขย่าดูจะมีเสียงดัง แซ๊กๆๆ ลูกศิษย์หลายคนบอกใช้แทนเบี้ยแก้ได้
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘ ในวาระดิถี ขึ้นปีใหม่ ศิษย์สุริโยขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งบารมีของสุดยอดเกจิอาจารย์แดนอีสานใต้นาม พระครูอุดมวรเวท (หลวงพ่อสังข์ สุริโย) วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จงได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่าน มีความสุข ความเจริญ ประสบความสำเร็จ ความสมหวัง และ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จงเป็นของเพื่อน ๆ ทุกคน ตลอดปี ๒๕๕๘ ด้วยเทอญ
วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ศิษย์เอก (ฆราวาส) คนสุดท้ายของ หลวงพ่อสังข์ สุริโย
สิ้นแล้ว เฮียหยวย สันติยนต์ ( นาย สุรวัช โรจนจำรัส ) ศิษย์เอก (ฆราวาส) คนสุดท้าย ของ พระครูอุดมวรเวท ( สังข์ สุริโย ) วัดนากันตม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 และ ได้ทำการฌาปนกิจศพ ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 ที่ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ศิษย์สุริโย ได้ทราบข่าวมานานแล้วว่า เฮียหยวยได้ป่วยเป็นโรคไตพิการ ต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ ที่โรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายปี ในที่สุด ท่านก็ได้จากไปอย่างสงบด้วยอาการภาวะหัวใจล้มเหลว สิริรวม อายุ 81 ปี ในงานญาติ ๆ ได้แจกของที่ระลึกงานฌาปนกิจ เป็นผ้ายันต์พระพุทธนิมิตร ผืนสีแดง จำนวนหนึ่งไม่มากนักให้แก่แขกคนสำคัญที่ไปร่วมในพิธี โดยบรรจุอยู่ในซองพลาสติค พับไว้อย่างเรียบร้อยสวยงามตามภาพ
ศิษย์สุริโย ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจในวันนั้นด้วย บังเอิญโชคดี ได้รับของที่ระลึกดังกล่าวกับเขาด้วย พอมองทะลุซองพลาสติคเข้าไปก็เห็นตัวหนังสือพิมพ์ใต้ยันต์แถวแรกพิมพ์ว่า พระครูอุดมวรเวท หลวงพ่อสังข์ สุริโย แถวที่สองต่ำลงมาพิมพ์ว่า วัดนากันตม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และแถวสุดท้ายที่สามต่ำลงมาอีกพิมพ์ว่า ธันวาคม 2520 ก็เลยได้ทราบว่า เป็นผ้ายันต์พระพุทธนิมิตร รุ่นที่สอง ที่หลวงพ่อได้สร้างบล็อคขึ้นมาใหม่ โดยได้ใส่ เดือน และ ปี ที่สร้างกำกับไว้ด้วย
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ประคำไม้ 108
ประคำไม้ 108 เม็ด หลวงพ่อสังข์ สุริโย วัดนากันตม บ้านนากันตม ตำบลสังข์เม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เม็ดประคำ แบ่งออกเป็นเม็ดประคำไม้ชนิดต่าง ๆ จำนวน 107 เม็ด เม็ดประคำผง จำนวน 1 เม็ด รวมเป็น 108 เม็ด ไม่รวมยอดประคำ
ยอดประคำ เป็นรูปทรงกลมยาวคล้ายนิ้วหัวแม่มือ ขนาดยาวประมาณ 2 นิ้ว เข้าใจว่าข้างในน่าจะเป็นตะกรุดโทนม้วนกลมทำเป็นแกน พอกไว้ด้วยผงวิเศษชนิดหนึ่ง แล้วใช้เชือกถักหุ้มไว้ เสร็จแล้วทาเคลือบไว้ด้วยยางไม้อีกชั้นหนึ่ง ส่วนตรงกลางเจาะรูไว้ขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อร้อยเชือกประคำที่ทำด้วยเชือกสายร่ม
เม็ดประคำผง ซึ่งมีเพียงเม็ดเดียวในพวง ปั้นกลมแต่มีความเกร่งมาก สังเกตุดูผงแล้วขุขระไม่ละเอียดมาก เข้าในว่า น่าจะเป็นผงว่านชนิดต่าง ๆ ผสมไคลเสมาก็อาจจะเป็นได้
เม็ดประคำไม้เม็ดนี้ ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร ร้อยติดยู่กับเม็ดประคำผง สังเกตุดู จะเห็นมีรอยลงเหล็กจารยันต์ นะ 1 ตัว
ส่วน เม็ดประคำไม้ 2 เม็ดนี้ ไม่ทราบชนิดไม้เช่นกัน หลวงพ่อสังข์ จารยันต์ นะ ไว้เม็ดละตัว สร้อยประคำทั้งเส้น มีรอยจารยันต์ นะ ไว้เพียงแค่ 3 เม็ด เท่านั้น
ประคำไม้ ทั้ง 3 เม็ดนี้ จะสังเกตุเห็นสีของเนื้อไม้ และ ความละเอียดของเนื้อไม้แตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ เม็ดที่ 1 ความละเอียดของเนื้อไม้ละเอียดปานกลาง แต่สีของเนื้อไม้เข้มจัด เม็ดที่ 2 ความละเอียดของเนื้อไม้มีน้อยมากผิวของเนื้อไม้เรียกได้ว่าขุขระ และสีของเนื้อไม้ไม่มีความเข้ม แต่ออกขาวปนเทา เม็ดที่ 3 เนื้อไม้มีความละเอียดมากที่สุด ในจำนวน 3 เม็ด แต่สีของเนื้อไม้มีความเข้มในระดับปานกลาง นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ในจำนวนแค่ 3 เม็ด เท่านั้นนะ และเม็ดอื่น ๆ ก็มีความแตกต่างกันออกไปอีกทั้งชนิด สี และความละเอียดของเนื้อไม้
เชือกที่ร้อยสร้อยประคำ เป็นเชือกสายร่ม มีความเหนียวและทนทานมากพอสมควร หลวงพ่อถักร้อยเป็นอย่างดี แถมเก็บปลายเชือกไว้อย่างมิดชิดเรียบร้อยไม่โผล่มาให้เห็นให้เป็นที่รำคาญสายตาอีกต่างหาก
ลายถักหุ้มตะกรุดและผงไว้หลวงพ่อสังข์ ก็ถักอย่างประณีตมาก ถักลายได้สวยงามแน่นหนา คงทนถาวรมาก
ส่วนชนิดของไม้ ที่นำมาทำเป็นเม็ดประคำนั้น ผู้เขียนไม่มีข้อมูลจริง ๆ ว่าใช้ไม้ชนิดใดบ้าง และไม้แต่ละชนิด มีจำนวนกี่เม็ด เท่าที่ทราบคร่าว ๆ ก็น่าจะมีไม้ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ หนาด ชุมแสงโทน คันทรง กาฝากต้นพระศรีมหาโพธิ์ และ ไม้เท้ายายหม่อม ฯ ล ฯ เป็นต้น
ขอขอบคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ได้มอบภาพถ่ายเครื่องรางชิ้นนี้ให้เผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





































